จดบันทึกจากเด็กขี้แงคนหนึ่งที่ไม่ฉลาดและโง่เขลา
วันที่โพสต์: 28/06/2021
โดย: Nanshu29

อยากช่วย... แต่คงทำได้แค่เอาส่วนที่เคยผ่านมาเล่าสู่กันฟัง...
ไม่มีใครสมบรูณ์แบบ 100% เป็นสิ่งที่ใช้ได้เสมอ และไม่มีใครที่จะไม่มีด้านสีเทา จะขอกล่าวความเป็นมาบางอย่าง เผื่อใครซักคนที่กำลังป่วยหรือยังไม่ทราบว่าป่วย...
ได้แก้ไข  เดิมทีในอดีตเราตอนเด็กๆเมื่อก่อนเขาจะไม่มีทำสถิติ ไม่มีการสำรวจใดๆ จะแยกได้เพียงเด็กไม่เต็ม ติ๊งต๊อง หรือ ปกติ และฉลาด เท่านั้น ในส่วนของเรานั้น

อยู่ในขั้นของคนทั่วไปในตอนนั้นคิดว่าน่าจะเข้าข่ายไม่เต็มหรือถึงขนาดเปรียบเทียบให้กับบรรดาผู้ปกครองเราว่า "ทำใจนะลูกคุณสมองไม่ปกติ" ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เข้าใจว่ายุคในตอนนั้นไม่มีอย่างที่สำรวจมาในบทความตอนเปิดข้างต้น

อธิบายว่าทำไมเราถึงพิมพ์สิ่งนี้ออกมา... เราพบเห็นคนไม่ปกติในสังคมทั้งโรคฮิคิโคโมริ / โรคจิตเวช ต่างๆ คนเหล่านี้ยังคงอยู่และพยายามจะแก้ไขอยู่...
และเราเองก็ถือว่าน่าจะเป็นจิตเวชชนิดหนึ่ง แต่ก็อยากจะพิมพ์อะไรบางอย่างออกมาเพื่ออยากจะสื่อสารถึงใครซักคนที่พอจะเข้าใจบริบทนี้

โดยขอเขียนเป็นหัวข้อเช่นเคย...

1.ในอดีตเราถูกตราหน้าว่าไม่เต็ม สติไม่ดีเพราะเราอยู่ในบริบทตัวการ์ตูนตลอดเวลา ชอบเรื่องไหนอิงท่าทางเรื่องนั้นโดยไม่แยกแยะความเป็นจริง และก็เรื่องของคอสเพลย์ยังไม่มีหรือกระแสการ์ตูน คนวาดภาพการ์ตูนจริงๆได้ถ้าเทียบกับประชากรในโรงเรียนคือจะเจอในสัดส่วนที่น้อยมากๆเหมือนของแรร์ที่หายากประมาณนั้น ใครที่รู้สึกว่าตนเองวาดภาพโดดเดี่ยวเมื่ออยู่ในวิชาศิลปะจะเจอสหายมารุมรักให้วาดและหลังจากจบวิชานี้โดนเททิ้งแบบไม่ใยดีบอกเลยคุณเหมือนเรา...

2.บริบทข้อ 1 เราอยู่ในโลกของตนเองมากเกินไป จนสมาธิไม่ดี เรียนไม่เก่ง เรียกได้ว่าเข้าข่ายสมาธิสั้น นึกสนุกก็ซน สนใจแต่สิ่งที่ชอบ เกลียดสิ่งที่ไม่ชอบ ครูดุ ครูชอบตี ครูชอบทำโทษ เราก็เลยไม่อยากเข้าใจไม่อยากเรียน แถมยังถูกว่าไม่ฉลาด โง่และอื่นๆ ถูกทำโทษจากครู จนน่าอายและเพื่อนๆไม่คบเพราะเขากลัวติดเชื้อโง่นั้นและขำๆ เราร้องไห้ทุกวันและโฮกเศร้าว่าทำไมเราถึงมีแต่คนไม่ชอบ มีสิ่งเดียวที่เยียวยาจิตใจคือการได้จับดินสอมาขีดๆเขียนๆบรรเทาความทุกข์อย่างไม่เข้าใจ

3.  บริบทจากข้อ 2 เพราะสังคมทำร้ายเราเลยเกลียดสังคมและทำตัวแอนตี้ตั้งแต่นั้นมา เลวร้ายถึงขนาดไม่สามารถเปลี่ยนได้แม้จะถูกเปลี่ยนสังคมแล้วก้ตามในช่วง ม.ต้น เราสร้างนิสัยตนเองในด้านลบออกมา ต่อต้านสังคม รวมหัวเอาไม้กวาดไล่ทุบใครก็ได้แล้วมีความรู้สึกทรงอำนาจเหมือนการเอาวาทะกรรมถูกกลั้นแกล้งในอดีตมาทำร้ายอีกฝ่าย
3.1 ขอแยกบริบทนี้เพิ่มในช่วงวัย ม.ต้น นี้ เราได้เกรด 4 วิชาคณิตและเกือบได้ 4 วิทยาศาสตร์(ส่งรายงานช้าไปหน่อย) ตอนนั้นก็งงๆว่าทำไมถึงได้ แต่ถ้ามานึกถึงตอนโตมันคือครูผู้สอนที่ดี ที่ทำให้เราเข้าใจสิ่งนั้นมากกว่าการดุด่าและตี เราชอบมากและทำมันได้ดีจากครู

4. เราจะเป็นมิตรกับเพื่อนที่วาดภาพได้เท่านั้น มันเหมือนโลกของเราโดดเดี่ยว แต่พอได้พานพบกับคนที่เหมือนกันมันจึงเป็นความรู้สึกว่าฉันมีสหายแล้วนะ...แล้วนั่นคือการเปิดใจครั้งแรกในชีวิตคือช่วง ม. ต้น แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเพราะนั่นคือการเปิดรับสังคมครั้งแรก ถึงในช่วงเวลานั้นเราจะเขียนหรืออธิบายได้ย่ำแย่มากๆก็ตามที

5.เราเริ่มเปลี่ยนเมื่อเข้าสังคมสายอาชีพแต่ถึงกะนั้นก็ยังไม่รู้ว่าสังคมอีกด้านมีอะไรจนกระทั่งได้พบเพื่อนที่วาดการ์ตูนเหมือนกันและเราก็มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดกันทั้งบริบทว่าในโลกนี้ไม่ได้มีแค่เราและเธอ...แต่มีมากกว่านั้น เราค่อนข้างตื่นเต้นมากในสิ่งที่ได้รับรู้และสนุกกับมันในช่วง ปวช. 

**จบบริบทข้างต้น 1-5 ข้อ จะเห็นได้ชัดว่าปัญหามันมีเวลาครี่คลายของมัน การเปลี่ยนแปลงมันมีเวลาของมัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนในปัจจุบันคือบริบททางโซเซี่ยลที่เข้าถึงได้รวดเร็วและมันบีบบังคับอะไรบางอย่างออกมา นั่นคือคนที่ยังไม่พร้อมจะอยู่ในสังคม  การเข้าถึงของคนที่คิดว่า "ตนเองเป็นเช่นไรคนอื่นก็คงจะเหมือนๆกับเรา" แต่ว่า จริงๆแล้ว "คนอื่นคือคนอื่น เราคือเรา"  

=====================
มาเข้าถึง "คนอื่นคือคนอื่น เราคือเรา" ทำไมเราถึงกล่าวสิ่งนี้ออกมา คุณจะพบเห็นในโลกโซเซี่ยลเสมอว่า... "ทำไม?เขาถึงทำแบบนี้?  ทำไมคนนี้มันโง่จัง? ทำไมคนนี้ฉลาดจัง ทำไมและทำไมถึงมีการตัดสินเกิดขึ้นในบริบทคำพูดนั้น ทำไมคนนี้ถึงเชื่อแบบนี้ แบบนั้น"  ถ้ามาลองคิดดูดีๆ ไอคำถามว่า ทำไมมันเกิดขึ้นจากความคิดเราเทียบตัวเองกับผู้อื่นอยู่หรือไม่? ไม่ว่ากิริยาการเยาะเย้ยในสิ่งที่ผู้อวดโง่ กริยาชื่นชมในสิ่งต่างๆ มาจากส่วนลึกของจิตใจทั้งนั้น อะไหงงั้น... จะให้ด้านชางั้นรึ? เปล่าสิ่งที่เรากำลังจะบอกหลังจากนี้ตาหาก คุณสามารถตั้งคำถาม สงสัย ทำไม หรืออะไร ทุกอย่างได้ โดยมีสิ่งต่อท้ายในวงเล็บส่วนลึกของการตัดสินนั้นด้วยว่า "เขาคือคนอื่นไม่ใช่เรา" งงไหม แล้วจะคิดแบบนี้ได้อย่างไร หากคุณไม่พอใจในสิ่งที่คุณกำลังมองอยู่ไม่ว่าจะสิ่งของ บุคคล หรืออื่นๆ แล้ว เมื่อเขาทำอะไรหรือสิ่งของนั้นไม่สวยดั่งในใจคุณสมองคุณจะสั่งการว่า "โกรธ มันไม่ใช่ มันต้องแบบนี้" และด้วยความคิดนี้ คุณจะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไม่ตั้งใจหรือโดยสันดานก็ตามใส่ผู้อื่นหรือกับสิ่งอื่นเสมอ ใช่แล้ว พวกนั้นคือสิ่งอื่น พวกนั้นคืออื่นๆที่ไม่ใช่คุณ แต่ถ้าคุณมีวงเล็บไว้ว่า คนอื่น มนุษย์คนอื่น สัตว์อื่นๆ สิ่งของอื่นๆ มันไม่ใช่คุณหรือเหมือนคุณ ความไม่พอใจนั้นจะค่อยๆจางหายไปหรือเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด

อะ..พิมพ์มาขนาดนี้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับบทความข้างต้นบนๆ เราก็อยากบอกอยู่นะว่า ตนเองก็เป็นประเภทที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้บ้าง บางครั้งจะนิ่งจนน่ากลัว มีการเก็บงำความโกรธ แต่พอนึกจะระเบิดก็ใส่ไม่ยั้งแบบไม่ตั้งใจ อารมณ์รับมาง่าย บริบทคล้ายโศกซึ้ง อ่อนไหวจนเกินไป ไร้เหตุผลเมื่ออารมณ์เป็นใหญ่ และ ณ ปัจจุบันก็ยังคงกินยาอยู่เพื่อให้ลืมบางสิ่งแต่ถึงกะนั้นก็ยังไม่ลืม อืม...เราจะทำให้คุณเชื่อได้อย่างไรว่าเราไม่ลืม ให้คุณกลับไปอ่าน 5 หัวข้อข้างบนที่เราพิมพ์ นั่นคือความจำไม่กี่%ของเราที่จำได้และเราต้องอยู่กับมันและแก้ไขมันให้ได้... และสิ่งที่ได้ทำการล้างความรู้สึกนั้นแล้วคือการพยายามเข้าสังคม และสิ่งที่ทำให้เปลี่ยนคืองานสอนศิลปะเด็กเล็กเหมือนการแก้ไขตัวเองในอดีต แก้ไขความจำ และพบปะคนเก่งๆ ถึงตอนแรกจะขุรขระไปหน่อยก็ตาม

 เข้าบริบทความโกรธ เรามีความโทสะเป็นที่ตั้ง โทสะเลวร้ายแค่ไหน ขอสารภาพบาปว่าในอดีตเคยทรมาณลูกเจี๊ยบจนตายและหัวเราะที่ได้แกล้งจนกระทั่งมาเศร้าตอนรู้ว่ามันตายเพียงไม่กี่ชั่วโมง และนั่นคือตราบาปที่เราไม่มีวันลืมจนถึงตอนนี้้ ความโกรธเราน่ากลัวขนาดไหน เราคิดว่าหากเราวาดภาพไม่ได้ เราคงย่ำแย่แน่ๆ คุณจะได้พบเห็นความโกรธของเราที่นี่  https://www.deviantart.com/nanshu29/gallery/24294948/black-and-white (ที่จริงมีหลายภาพแต่ลบทิ้งไปเยอะล่ะ)   และจงยินดีว่าเราได้ชำระความโกรธลงไปมากอยู่ถ้าเทียบกับตะก่อน  ลบออกไปเพื่อพยายามสร้างอารมณ์ที่คงที่ของตนเอง (ไม่งั้นคุณจะพบเจอเราเวอร์ชั่นประสาทแดกเสมอ)

มาถึงข้อสรุป ทำไมเราถึงพิมพ์ส่วนนี้ออกมา เพราะเราอยากจะบอกให้รู้ว่าก็ยังมีคนแบบนี้อยู่ในสังคมของเรา  คนที่แปลกๆ  พิมพ์ไม่เข้าใจและพยายามจะแก้ไข คนที่อธิบายงงงวย คนที่ไม่สมบรูณ์ หรือคนที่ไม่สมบรูณ์แบบสำหรับเรา ยังคงมีเสมอ...

ทำไมเราถึงพิมพ์บทความนี้ออกมา เราพบเห็นและถูกบอกเล่ามาปัญหาพวกนั้น  เราอยากแก้ไข ...แต่เราเป็นคนเดียวไม่ใช่พระเจ้าที่จะชี้นิ้วสั่งแก้ไขได้ทันที ดังนั้นสิ่งที่พิมพ์ออกมาคือ อยากให้อภัย อยากให้ทำความเข้าใจ อยากให้ลดการเทียบตนเองกับผู้อื่น  ใช่...แล้ว ที่กล่าวมาคือ "การเปลี่ยนแปลงที่ตัวเรา" ถึงจะไม่สมบรูณ์ 100% ก็ตาม แต่ก็ถือว่าค่อยๆเปลี่ยน

ในส่วนของคนที่ป่วยที่ยังจะคิดจะสู้ คนที่รู้สึกไร้หนทาง ลองทำอะไรไร้สาระกับตัวเอง ลดการเปรียบเทียบตนเอง ถึงมันจะยากก็ตาม แต่การเปลี่ยนตัวเองนั่นล่ะน่าจะง่ายที่สุดในบริบทปัจจุบัน

สู้ๆ นะผู้อยากเปลี่ยนแปลง... 

ปล.ยกเว้นคนโง่จริงๆ นั่นคือสิ่งที่ยากจะเปลี่ยน จงเข้าใจเขา...ถ้าเขาไม่ได้สร้างปัญหาที่ใหญ่หลวงจนมีผลกระทบทางสังคมส่วนร่วมนะ...

 

ประเภท: บันทึก

บล็อกที่น่าจะชอบ

23/02/2015
  บทที่1 เขียนเรื่องให้ได้เรื่อง  ตอนที่ 2 : เขียนเรื่องอะไรดี     หัวข้อต่อไปที่นักเขียนการ์ตูนทุกคนจะต้องเจอ คือ "เรื่องที่จะเขียนŽ" มีหลายคนที่เคยนำการ์ตูนมาเสนอที่สำนักพิมพ์หรือน้องๆ ที่เคยเข้ามาเรียน Mini Workshop
07/05/2018
แนะวิธีซื้อ OBC Coin ก่อนอื่นสายเปย์ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า OBC Coin คือ การติดเหรียญที่มีไว้เพื่อ เป็นกำลังใจ และแสดงถึงการสนับสนุนเจ้าของผลงานการ์ตูนในแต่ละเรื่องนั้นเอง แล้วก็อย่าตกใจโอดครวญไปว่า ทำยังไง ฉันซื้อเหรียญไม่เป็น วันนี้ Ookbee Comics
28/02/2017
ใน part นี้ จะพูดถึงเรื่องของ การวาดทรงผมก่อนนะครับ *0*ถ้าพร้อมจะ เกาหัวและมึนสารระเหย ของ how to นี้แล้ว ก็เริ่มอ่านเลยคนับ-0--------------------... สงสัยอะไร หรือ อยากคุยเล่น คอมเมนท์กันให้เต็มที่เลยครับใครมีเรื่องอะไรอยากให้เขียน ลองเสนอกันเข้ามาได้นะค
01/08/2017
แอดเชื่อมั่นว่าทุกๆคนมีเรือของตัวเอง มีคู่ที่ตัวเองเชียร์สุดใจ ทั้งคู่นอร์มอล คู่วาย 3P 4P 5P บางทีแค่ช่วงเวลาสั้นๆที่เราเห็นตัวละครที่ชอบได้มาอยู่ด้วยกัน มันก็อดไม่ได้ที่จะแอบเชียร์ให้เขาได้กันอยู่ในใจ แอดเลยมารวบรวมสุดยอดคู่จิ้นทั้ง 20 คู่ ที่ใครๆก็อยาก
ส่ง
ความคิดเห็น ()